ไทย–ญี่ปุ่นร่วมมองอนาคต “การเดินทางในท้องถิ่น” ของเมืองภูมิภาคไทย ผ่านบทเรียนจากคิวชู สู่ระบบการเดินทางที่เริ่มต้นจากคนท้องถิ่น

วันที่ 22 กันยายน 2569 สภาสิทธิการเดินทางร่วมกับ ภาคประชาสังคม ภาควิชาการ ผู้ประกอบการ และหน่วยงานภาคราชการที่เกี่ยวข้อง จากหลายภาคส่วนในจังหวัดเชียงใหม่ เข้าร่วมการประชุมเชิงปฏิบัติการด้านอนาคตการเดินทางระดับท้องถิ่น ในหัวข้อ “การออกแบบภาพอนาคตและทิศทางการพัฒนาระบบการเดินทางระดับท้องถิ่นในประเทศไทย” การประชุมดังกล่าว จัดขึ้นในจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนองค์ความรู้และมุมมองระหว่างภาครัฐ ผู้ประกอบการ นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ และผู้เกี่ยวข้องกับระบบการเดินทางระดับท้องถิ่น โดยนำบทเรียนจากการจัดการขนส่งสาธารณะในภูมิภาคคิวชู ประเทศญี่ปุ่น มาร่วมวิเคราะห์และมองหาแนวทางที่เหมาะสมกับบริบทของเมืองภูมิภาคในประเทศไทย ดำเนินการประชุมเชิงปฏิบัติการโดย นายปรเมษฐ์ บันสิทธิ์ หัวหน้าโครงการฯ

การประชุมได้รับเกียรติจาก นายโกศล สถิตธรรมจิตร กงสุลใหญ่ ณ เมืองฟูกูโอกะ เป็นประธานกล่าวเปิดการประชุมผ่านระบบออนไลน์ โดยเน้นความสำคัญของการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างประเทศไทยและญี่ปุ่น และการนำประสบการณ์จากพื้นที่จริงมาประยุกต์ใช้เพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบการเดินทางของประเทศไทยในอนาคต นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติจาก Mr. Harada Masaru กงสุลใหญ่ญี่ปุ่น ณ นครเชียงใหม่ กล่าวปาฐกถาพิเศษเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยและญี่ปุ่น ตลอดจนแนวโน้มและโอกาสในการต่อยอดความร่วมมือด้านการเดินทางในท้องถิ่นระหว่างสองประเทศในอนาคต.


            สาระสำคัญของการประชุมครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเพียงเรื่องการนำรถโดยสารไฟฟ้า หรือ EV มาใช้ในระบบขนส่งสาธารณะ แต่ตั้งคำถามที่กว้างกว่านั้นว่า เมืองภูมิภาคของประเทศไทยควรออกแบบระบบการเดินทางอย่างไร เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงงาน การศึกษา การรักษาพยาบาล บริการสาธารณะ และโอกาสในชีวิตได้ดีขึ้น

            ก่อนการประชุม คณะทำงานได้ศึกษาสถานการณ์ Local Mobility ในประเทศไทย ควบคู่กับการศึกษาภาคสนามและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในภูมิภาคคิวชู โดยศึกษากรณีของหลายหน่วยงานในจังหวัดของภูมิภาคคิวชู เพื่อทำความเข้าใจทั้งการกำกับดูแล การออกแบบโครงข่าย รูปแบบการให้บริการ เศรษฐศาสตร์ของผู้ประกอบการ การใช้ข้อมูล การเข้าถึงของประชาชน และการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้า

            ข้อค้นพบสำคัญคือ บทเรียนจากคิวชูไม่ได้อยู่ที่ว่า “ญี่ปุ่นใช้รถอะไร” แต่อยู่ที่การออกแบบให้โครงข่าย บริการ ผู้ประกอบการ กลไกทางเศรษฐกิจ ข้อมูล เทคโนโลยี และบทบาทของภาครัฐสามารถทำงานร่วมกันเป็นระบบ ด้วยเหตุนี้ การพัฒนา การเดินทางในท้องถิ่น ของประเทศไทยจึงควร หรือเริ่มต้นจากการทำความเข้าใจว่า “ใครต้องเดินทาง จากที่ใด ไปที่ใด และเพื่ออะไร” ก่อนออกแบบโครงข่าย ระดับบริการ รูปแบบผู้ประกอบการ กลไกทางการเงิน และเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสม ในการประชุมเชิงปฏิบัติการดังกล่าว ผู้เข้าร่วมได้ร่วมกันแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับปัจจัยที่จะกำหนดอนาคตของการเดินทางในเมืองภูมิภาค ความท้าทายสำคัญของระบบในปัจจุบัน ภาพอนาคตที่ต้องการ ตลอดจนเงื่อนไขด้านนโยบาย การบริหารจัดการ ผู้ประกอบการ และเทคโนโลยีที่จำเป็นต่อการเปลี่ยนผ่าน


            กระบวนการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อเชื่อมโยงจาก บทเรียนและองค์ความรู้ การมองอนาคต กรอบนโยบาย การทดลองในพื้นที่จริง ซึ่งจะเปิดโอกาสให้พื้นที่สามารถร่วมกันออกแบบรูปแบบบริการ โครงข่าย ความร่วมมือระหว่างผู้ประกอบการ กลไกสนับสนุนบริการสาธารณะ ตลอดจนเทคโนโลยี เช่น EV และระบบดิจิทัล ก่อนพิจารณาขยายผลในระดับที่ใหญ่ขึ้น แนวคิดสำคัญคือ การสร้างหลักฐานจากการดำเนินงานจริงก่อนการลงทุนหรือขยายผลในวงกว้าง เพื่อให้แต่ละจังหวัดสามารถพัฒนาระบบการเดินทางที่เหมาะกับความต้องการและข้อจำกัดของตนเอง แทนการนำรูปแบบจากต่างประเทศมาใช้โดยตรง ผลจากการประชุมในวันนี้จะถูกนำไปใช้ประกอบการจัดทำรายงานเชิงวิชาการและข้อเสนอเชิงนโยบายสำหรับการพัฒนาระบบการเดินทางระดับท้องถิ่นและการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทย รวมทั้งเป็นฐานสำหรับพิจารณาความร่วมมือไทย–ญี่ปุ่นในระยะต่อไป ตั้งแต่การแลกเปลี่ยนนโยบายและองค์ความรู้ระหว่างผู้ประกอบการ การพัฒนาข้อมูลและเทคโนโลยี ไปจนถึงการทดลอง ในพื้นที่จริง

            การประชุมครั้งนี้จึงเป็นมากกว่าการถ่ายทอดองค์ความรู้จากญี่ปุ่นมายังประเทศไทย แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการนำบทเรียนจาก ภูมิภาคคิวชู มาทำความเข้าใจ ปรับให้เหมาะกับบริบทของไทย ทดลอง และสร้างองค์ความรู้ของประเทศไทยเอ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *