
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เดินหน้าสร้างความร่วมมือด้านความยั่งยืนครั้งสำคัญด้วยการร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับ 5 บริษัทชั้นนำของประเทศ ได้แก่
บริษัท ศรีตรังแอโกรอินดัสทรี จำกัด (มหาชน), บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน), บริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัด (มหาชน), บริษัท อกรีแอค โกลบอล จำกัด และบริษัท Bureau Veritas (Thailand) Ltd.
เพื่อพัฒนาความร่วมมือด้าน Sustainability Beyond Net Zero และผลักดันประเทศไทยสู่บทบาทผู้นำด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
พิธีลงนามดังกล่าวจัดขึ้น ณ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในวันที่ 26 มกราคม 2569 โดยมีผู้บริหารจากทุกหน่วยงานเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน พร้อมประกาศเจตนารมณ์ร่วมในการพัฒนาองค์ความรู้ นวัตกรรม และบุคลากร เพื่อขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมไทยให้สอดคล้องกับทิศทางสากลในยุค Net Zero และ Beyond Net Zero
ความร่วมมือครั้งนี้มุ่งเน้นการต่อยอดองค์ความรู้ที่สำคัญต่ออนาคตของประเทศ อาทิ
• การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีลดก๊าซเรือนกระจกในภาคอุตสาหกรรม
• การยกระดับระบบตรวจวัด–รายงาน–ทวนสอบ (MRV) และมาตรฐานด้าน ESG
• การขับเคลื่อนระบบพลังงานสะอาดและการผลิตที่ยั่งยืน
• การพัฒนาระบบ traceability เพื่อรองรับข้อกำหนดระดับโลก เช่น CBAM และ EUDR
• การเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรและผู้เชี่ยวชาญด้าน Carbon Management
• การพัฒนาข้อมูลเชิงนโยบายและแพลตฟอร์มสนับสนุนอุตสาหกรรมไทย
ความร่วมมือรูปแบบนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการขยายขีดความสามารถด้านความยั่งยืนในระดับประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคพลังงาน เหล็ก ยางพารา เกษตรดิจิทัล และการรับรองมาตรฐานสากล

ตัวแทนจากแต่ละอุตสาหกรรมได้สะท้อนมุมมองร่วมว่า ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญของการปรับตัวด้านสภาพภูมิอากาศ การยกระดับกระบวนการผลิตที่โปร่งใส การใช้พลังงานสะอาด และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก จะเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว ความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่จึงเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีและบุคลากรที่ตอบโจทย์อนาคต
มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ในบทบาท Climate Knowledge Hub โดยมุ่งมั่นในการทำหน้าที่เป็น
• ศูนย์กลางองค์ความรู้ด้านความยั่งยืน
• พันธมิตรด้านการวิจัยและนวัตกรรมกับภาคอุตสาหกรรม
• ผู้พัฒนาศักยภาพบุคลากรเพื่อรองรับความต้องการของประเทศ
• หน่วยสนับสนุนข้อมูลด้านคาร์บอนและ ESG สำหรับการขับเคลื่อนนโยบายระดับชาติ
ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันให้ประเทศไทยสามารถยกระดับสู่ Climate Leadership ของภูมิภาค ผ่านการทำงานร่วมกันของภาควิชาการและอุตสาหกรรมชั้นนำ
ด้วยความร่วมมือในครั้งนี้ ประเทศไทยจะมีความพร้อมมากขึ้นในการเผชิญกับมาตรการด้านสิ่งแวดล้อมระดับโลก การเปลี่ยนผ่านเชิงอุตสาหกรรม และความคาดหวังของสังคมต่อความยั่งยืน ซึ่งไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงเชิงธุรกิจ แต่ยังเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ ๆ ทางเศรษฐกิจและนวัตกรรมสีเขียว และพร้อมเดินหน้าในการสนับสนุนการพัฒนาที่สอดคล้องกับอนาคตของประเทศไทยในยุค Beyond Net Zero
